
โอย... เจ็บเข่าจัง ลุกไม่ค่อยขึ้นเลย ประโยคนี้อาจเป็นเสียงบ่นที่เราได้ยินจนชินหูจากคุณพ่อคุณแม่หรือปู่ย่าตายายที่บ้าน หลายครั้งที่เราในฐานะลูกหลานอาจเผลอมองข้ามไป คิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่ เดี๋ยวทายาหม่องก็น่าจะดีขึ้น หรือบางทีก็แค่บอกให้ท่าน พักผ่อนเยอะ ๆ แล้วก็จบกันไป
แต่ทราบไหมครับว่าภายใต้เสียงบ่นเบา ๆ นั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงของ โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ ที่กำลังกัดกินคุณภาพชีวิตของท่านอยู่เงียบ ๆ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง จากแค่เดินเจ็บ อาจกลายเป็นเดินไม่ได้ จนต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจทั้งคนป่วยและคนดูแล วันนี้ผมในฐานะนักกายภาพบำบัด จึงอยากชวนลูกหลานทุกคนมาทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีดูแลร่มโพธิ์ร่มไทรของเราอย่างถูกวิธี เพื่อให้ท่านเดินเคียงข้างเราไปได้นาน ๆ ครับ
เข้าใจความเสื่อมตามวัย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำใจ
ก่อนจะไปดูวิธีดูแล ต้องเข้าใจก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเข่าของผู้สูงอายุ เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนยางรถยนต์ที่วิ่งมา 60 ถึง 70 ปี ดอกยางย่อมสึกโล้นเป็นธรรมดา ในเข่าของเราก็มี กระดูกอ่อนผิวข้อ ที่ทำหน้าที่เป็นดอกยางคอยรับแรงกระแทก เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนส่วนนี้จะบางลง น้ำเลี้ยงข้อแห้งเหือด ทำให้กระดูกแข็งมาเสียดสีกันโดยตรงจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบและอาการเจ็บปวด
สิ่งที่น่ากลัวของ โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ คือความเปราะบางของร่างกายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว การจะกินยาแก้ปวดแรง ๆ ก็เสี่ยงไตพัง การจะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็มีความเสี่ยงเรื่องโรคประจำตัว ดังนั้นการดูแลแบบประคับประคองและฟื้นฟูจึงเป็นหัวใจสำคัญ
สังเกตอาการ อย่ารอให้ท่านเดินไม่ได้
ลูกหลานคือหมอด่านหน้าที่จะสังเกตความผิดปกติได้ดีที่สุดครับ ลองสังเกตดูว่าท่านมีอาการเหล่านี้ไหม
- เสียงเตือนภัย เวลาขยับเข่าหรือลุกนั่ง มีเสียงดังกรอบแกรบในข้อชัดเจน
- สตาร์ทติดยาก ตอนเช้าตื่นมา หรือหลังจากนั่งดูทีวีนาน ๆ จะลุกเดินลำบาก ข้อฝืดแข็ง ต้องขยับสักพักถึงจะเดินได้คล่อง
- เข่าเปลี่ยนรูป สังเกตว่าขาเริ่มโก่งออก หรือเข่าดูบวมใหญ่ผิดปกติ ซึ่งเกิดจากกระดูกงอกหรือน้ำในข้อเยอะเกินไป
- กลัวการเดิน ท่านเริ่มปฏิเสธการไปเที่ยว ไม่อยากเดินไปตลาด หรือใช้เวลาขึ้นบันไดนานผิดปกติ เพราะ ปวดเข่า จนไม่อยากขยับ
ปรับบ้าน เปลี่ยนพฤติกรรม ยาดีที่ไม่ต้องซื้อ
เมื่อรู้แล้วว่าเป็น สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การพาท่านไปซื้อยา แต่คือการ จัดสภาพแวดล้อม ครับ ผู้สูงอายุไทยมักติดนิสัยนั่งพื้น นั่งพับเพียบสวดมนต์ หรือนั่งซักผ้ากับพื้น ท่าเหล่านี้คือตัวทำลายเข่าชั้นดี หน้าที่ของลูกหลานคือต้องจัดหาเก้าอี้ที่มีพนักพิงและมีความสูงพอดีให้ท่านนั่งทำกิจกรรมต่าง ๆ แทน เปลี่ยนส้วมซึมให้เป็นชักโครก หรือถ้ามีงบหน่อยก็หาเก้าอี้นั่งอาบน้ำให้ท่าน เพื่อลดความเสี่ยงในการลื่นล้มและลดภาระการรับน้ำหนักของเข่า
เรื่องการนอนก็สำคัญครับ หากห้องนอนท่านอยู่ชั้นสอง การต้องปีนบันไดวันละหลายรอบคือความทรมาน หากเป็นไปได้ควรจัดห้องนอนชั้นล่างให้ท่าน หรือถ้าจำเป็นต้องขึ้นบันไดจริง ๆ สอนเทคนิค ก้าวชิดก้าว คือก้าวเท้าดีขึ้นนำก่อน แล้วลากเท้าเจ็บตาม ส่วนเวลาลงให้เอาเท้าเจ็บลงก่อน แล้วเอาเท้าดีตาม เพื่อผ่อนแรงกระแทก
อาหารและการออกกำลังกาย เรื่องยากแต่ต้องทำ
เรื่องน้ำหนักตัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พูดทีไรมักจะงอนกันทุกที แต่ต้องพยายามอธิบายให้ท่านเข้าใจครับว่า น้ำหนักที่ลดลง 1 กิโลกรัม จะช่วยลดแรงกดที่เข่าได้ถึง 4 กิโลกรัม ลองชวนท่านทานอาหารที่เน้นโปรตีนจากปลา ผักใบเขียว และเลี่ยงของทอดของหวานที่กระตุ้นการอักเสบ
ส่วนเรื่องการออกกำลังกาย ผู้สูงอายุมักกลัวว่ายิ่งขยับยิ่งเจ็บ เลยเลือกที่จะนั่งนิ่ง ๆ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและข้อติดแข็งหนักกว่าเดิม ท่าออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยคือ การบริหารกล้ามเนื้อหน้าขาแบบไม่ลงน้ำหนัก หรือ Quadriceps Setting ให้ท่านนั่งบนเก้าอี้ เตะขาขึ้นตรง ๆ เกร็งค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 แล้วเอาลง ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ ขณะนั่งดูละคร วิธีนี้จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรงขึ้นมาช่วยพยุงเข่า โดยที่กระดูกข้อเข่าไม่ต้องรับแรงกระแทกเลย
เมื่อความปวดรุนแรง กายภาพบำบัดคือทางออกที่ปลอดภัย
ในกรณีที่ท่านปวดมากจนนอนไม่หลับ หรือเข่าบวมแดงร้อน การกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันนาน ๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมของตับและไต การพามาพบนักกายภาพบำบัดจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามากครับ
ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีทาง กายภาพบำบัด ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้โดยไม่ต้องใช้ยา เช่น
- High Power Laser แสงเลเซอร์กำลังสูงที่สามารถลงไปลดการอักเสบได้ลึกถึงในข้อ ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ
- Ultrasound Therapy ช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบเข่าที่เกร็งตัว ลดอาการตึงร้าว และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อ
เครื่องมือเหล่านี้ไม่มีผลข้างเคียงต่อระบบภายในร่างกาย จึงเหมาะมากสำหรับการดูแลผู้สูงวัย
การดูแลพ่อแม่ที่มีอาการเข่าเสื่อม ต้องใช้ทั้งความเข้าใจและความอดทนครับ อย่ารำคาญเวลาท่านเดินช้า อย่าดุเวลาท่านบ่นเจ็บ เพราะความเจ็บปวดทางกายนั้นทรมานพอแล้ว กำลังใจจากลูกหลานคือยาวิเศษที่จะช่วยให้ท่านมีแรงกายแรงใจในการดูแลตัวเอง การพาเข่าคู่เดิมที่เคยอุ้มชูเรามา ให้กลับมาใช้งานได้ดีเท่าที่จะทำได้ คือการตอบแทนพระคุณที่ล้ำค่า เพื่อให้ท่านมีความสุขในทุกก้าวย่างของบั้นปลายชีวิตครับ
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง และกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากการกินยา เรามีบริการ กายภาพบำบัด ที่ คลินิกกายภาพบำบัดชลบุรี และ คลินิกกายภาพบำบัดเพชรบุรี ที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผู้สูงอายุ
สามารถเข้ามาปรึกษาและรับการฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ที่ Zenista Health and Wellness
เราพร้อมดูแลคนที่คุณรักเหมือนคนในครอบครัว ทั้ง 2 สาขาใกล้บ้าน
อย่ารอให้เข่าเสื่อมพรากความสุขของท่านไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายจองคิวได้ที่ Line ID @zenista