เข่าเสื่อม!! ไม่จำเป็นต้องผ่าถ้ากายภาพบำบัดดี

เข่าเสื่อม!! ไม่จำเป็นต้องผ่าถ้ากายภาพบำบัดดี

"เข่าเสื่อม" ปัญหาสุขภาพที่หลายคนกังวลเมื่อต้องเผชิญกับอาการปวดเข่า ขยับเข่าได้ไม่คล่องตัว และมักถูกมองว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ไข แต่อันที่จริงแล้ว หากเราให้ความสำคัญกับการดูแลและรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด การผ่าตัดอาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวเสมอไป กายภาพบำบัดดีอย่างไรมาทำความรู้จักกับวิธีการทางกายภาพบำบัดกันครับ

ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?

ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis knee) คือภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าเสื่อมสภาพลง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้งานหนัก อายุที่เพิ่มขึ้น หรืออุบัติเหตุ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ ปวด และความยืดหยุ่นของข้อเข่าลดลง อาการหลักของข้อเข่าเสื่อม ได้แก่ ปวดข้อเข่า ข้อเข่าฝืด ข้อเข่าบวมในกรณีที่มีอาการค่อนข้างหนัก และเกิดการเคลื่อนไหวที่ลำบาก

กายภาพบำบัดช่วยอะไรได้บ้างในโรคข้อเข่าเสื่อม?

การทำกายภาพบำบัดเป็นวิธีหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับอาการของข้อเข่าเสื่อม โดยนักกายภาพบำบัดจะช่วยในการฝึกการเคลื่อนไหว การเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าเพื่อลดแรงกดลงบนข้อ และยังเสริมความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อเข่าได้ในระยะยาว อีกทั้งยังอาจช่วยชะลออาการเสื่อม และมีส่วนช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซึ่งเป็นทางเลือกการรักษาในกรณีที่อาการรุนแรง หรือการรักษาอื่นๆ ไม่ได้ผล

ประโยชน์ของการทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม

  1. ลดโอกาสในการผ่าตัด

    การทำกายภาพบำบัดที่ถูกวิธี เหมาะสม และต่อเนื่อง สามารถช่วยลดอาการของข้อเข่าเสื่อม และฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่าได้ ทำให้อาการของข้อเข่าเสื่อมพัฒนาไปได้ช้า ไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ลดโอกาสการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนข้อเข่าได้
     
  2. บรรเทาอาการปวด

    กายภาพบำบัดช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดแรงกดบนข้อเข่า รวมถึงใช้อุปกรณ์การรักษาทางกายภาพต่างๆ ทำให้อาการปวด อาการอักเสบ หรืออาการอื่นๆลดลง
     
  3. ส่งเสริมคุณภาพชีวิต

    ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่ทำให้การเคลื่อนไหวในการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน ทำได้ไม่เต็มที่เนื่องจากเกิดการปวด การอักเสบขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลง การทำกายภาพบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากขึ้นส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือไม่แย่ลงไปกว่าเดิม
     
  4. ป้องกันภาวะแทรกซ้อน

การทำกายภาพบำบัดสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ เช่น ข้อเข่าฝืด กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ เป็นต้น

แต่นอกจากข้อดีที่กล่าวมาแล้ว การทำกายภาพบำบัด จำเป็นต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา เนื่องจากผลลัพธ์อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังรักษา และในกรณีที่เกิดอาการเข่าเสื่อมในระยะท้ายๆ เช่น ระยะ 3 ระยะ 4 อาจไม่ตอบสนองต่อการทำกายภาพบำบัดและยังคงต้องการการผ่าตัดในภายหลัง

ควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นข้อเข่าเสื่อม?

  1. ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะไปเพิ่มแรงกดลงบนข้อเข่า ทำให้เข่าเกิดการกดทับ การเสียดสีมากขึ้น ดังนั้นควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อให้เข่ามีสุขภาพที่ดี
  2. ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมได้
  3. พักผ่อนข้อเข่าให้เพียงพอ การใช้งานข้อเข่าที่มากเกินไป จะทำให้เข่าอักเสบ เกิดเป็นอาการปวดดังนั้นการทำกิจกรรมที่เข่าได้รับแรงลดน้อยลงก็ถือเป็นการดูแลข้อเข่าที่ดีวิธีหนึ่ง
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงสามารถช่วยให้เข่ามีสุขภาพที่ดีได้

ข้อเข่าเสื่อมไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสมอไป หากเราให้ความสำคัญกับการดูแลและรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย และการดูแลตัวเองให้ดี จะช่วยลดโอกาสการเกิดข้อเข่าเสื่อม หรือชะลอให้เสื่อมช้าลง ที่คลินิกกายภาพบำบัด Zenista health and wellness ให้บริการรักษา ฟื้นฟู ผู้ป่วยเข่าเสื่อมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ และนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ ต้องการสอบถามเพิ่มเติมทักมาได้ที่ Line : @zenista

บริการแนะนำ

กายภาพบำบัด,กายภาพบำบัด ชลบุรี, กายภาพบำบัด เพชรบุรี

กายภาพบำบัด

คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

รักษาข้อเข่าเสื่อม,รักษาข้อเข่าเสื่อม ชลบุรี, รักษาข้อเข่าเสื่อม เพชรบุรี

รักษาข้อเข่าเสื่อม

คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

รักษาออฟฟิศซินโดรม,รักษาออฟฟิศซินโดรม ชลบุรี, รักษาออฟฟิศซินโดรม เพชรบุรี

รักษาออฟฟิศซินโดรม

รักษาออฟฟิศซินโดรม อาการปวดหลังเรื้อรัง