อาการแบบไหนคือข้อเข่าเสื่อม จะรู้ได้อย่างไร

อาการแบบไหนคือข้อเข่าเสื่อม จะรู้ได้อย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการปวดเข่า น่าจะเป็นอาการที่ทุกคนเคยเป็น ไม่ว่าจะเป็นจากการออกกำลังกาย การยืนหรือเดินเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งจากการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ แต่อาการปวดเข่าบางครั้งกลับถูกมองข้ามเพราะสามารถหายเองได้หากมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่บางครั้งบางอาการอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาที่รุนแรงกว่า เช่น ข้อเข่าเสื่อม อาการนี้เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และสามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่มีกิจกรรมที่ใช้ข้อเข่าหนัก ๆ ได้เช่นกัน

บทความนี้จะพาไปสำรวจอาการข้อเข่าเสื่อมในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบอาการปวด บริเวณที่มีอาการปวด อาการข้อติดตอนเช้า อาการอักเสบหลังใช้งานหนัก และ ข้อเข่าฝืดหลังนั่งงอเข่านานๆ นอกจากนี้ยังจะกล่าวถึงแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันข้อเข่าเสื่อมในอนาคต เพื่อให้ผู้อ่านสามารถรับมือกับอาการนี้ได้อย่างถูกวิธีกันครับ

มาดูกันว่าอาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อมมีอาการอย่างไรบ้าง

  1. รูปแบบอาการปวดเข่า

    อาการปวดเข่าเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของข้อเข่าเสื่อม ซึ่งลักษณะของการปวดจะแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยในเบื้องต้น อาการปวดเข่าอาจจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ เมื่อมีการใช้เข่า เช่น เดิน ยืน หรือขึ้นลงบันได แต่เมื่ออาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกปวดเข่าตลอดเวลา รวมถึงเวลานั่งพักก็ยังปวดได้

    ลักษณะอาการปวดที่พบบ่อย:
     - ปวดแบบหน่วง ๆ ลึก ๆ ในข้อเข่า
     - ปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวหรือมีการรับน้ำหนักที่ข้อเข่า
     
  2. อาจมีอาการผิวร้อน ๆ หรือระบมร่วมด้วย โดยเฉพาะเมื่อข้อต่อมีการอักเสบ

    การปวดเข่าที่เกิดจากข้อเข่าเสื่อมอาจส่งผลให้การเดินหรือเคลื่อนไหวทำได้ลำบากขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงอย่างมาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

    บริเวณที่มีอาการปวด

    ข้อเข่าเป็นข้อต่อที่รับน้ำหนักทั้งตัว ดังนั้น บริเวณที่พบอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมมักจะอยู่ในตำแหน่งที่มีการรับน้ำหนักมาก เช่นบริเวณหน้าข้อเข่า เยื้องไปด้านในของข้อเข่า ซึ่งมักเป็นส่วนที่รับน้ำหนักตัวมากที่สุด

    นอกจากนี้ บางคนอาจรู้สึกปวดที่ขา หรือมีอาการลามไปยังสะโพกหรือน่อง เนื่องจากข้อต่ออื่น ๆ ต้องรับภาระมากขึ้นจากการที่ข้อเข่าที่เสื่อมไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
     
  3. อาการข้อติดตอนเช้า

    หนึ่งในอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมคือ ข้อติด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากการนั่งพักเป็นเวลานาน อาการนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าข้อเข่าฝืด เคลื่อนไหวลำบาก อาการข้อติดมักจะดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวเบา ๆ ซึ่งทำให้ข้อต่อหลั่งสารหล่อลื่นออกมาเพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น

    งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าอาการข้อติดในช่วงเช้าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเสื่อมสภาพของข้อเข่า โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการฝืดมากกว่า 30 นาทีหลังตื่นนอนหรือหลังพักใช้เข่า
     
  4. อาการอักเสบหลังการใช้งานหนัก

    อาการอักเสบเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากการใช้งานหนัก เช่น การเดิน วิ่ง หรือการยืนเป็นเวลานาน สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในบริเวณข้อเข่า เนื่องจากเกิดการเสียดสีกันของผิวข้อ อาการอักเสบมักจะประกอบด้วยการบวม รู้สึกอุ่น ๆ รอบ ๆ เข่า

    การอักเสบที่ข้อเข่าสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะเริ่มต้นและระยะท้ายของการเสื่อม โดยอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและทำให้เกิดอาการปวดในบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายด้วย
     
  5. ข้อเข่าฝืดหลังนั่งงอเข่านาน ๆ

อาการข้อเข่าฝืดหลังการนั่งหรืองอเข่านาน ๆ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในผู้ที่มีการทำงานที่ต้องนั่งนาน ๆ เช่น พนักงานออฟฟิศ ผู้ที่ขับรถเป็นเวลานาน อาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากการนั่งนาน ๆ โดยเมื่อผู้ป่วยพยายามลุกขึ้นหรือยืดเข่า จะรู้สึกถึงความฝืดและปวดทันที

การขยับหรือยืดข้อเข่าเล็กน้อยจะช่วยลดอาการฝืดลงได้ แต่ในผู้ป่วยที่มีอาการเสื่อมมาก การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ อาจจะไม่เพียงพอที่จะลดอาการฝืดได้

เมื่อว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมควรทำอย่างไร

เมื่อพบว่ามีอาการที่คล้ายกับข้อเข่าเสื่อม สิ่งแรกที่ควรทำคือการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ และนักกายภาพบำบัด เพื่อทำการตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียด การตรวจข้อเข่าเสื่อมอาจรวมถึงการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ หรือการทำ MRI เพื่อดูรายละเอียดของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับข้อต่อ

นอกจากการรับการตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันยังเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ผู้ป่วยควรลดการทำกิจกรรมที่ทำให้เข่าใช้งานหนัก เช่น การยืนหรือเดินนาน ๆ และหันมาใช้วิธีการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ หรือโยคะ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่า

รักษาเข่าเสื่อมที่ไหนดี

การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด การฉีดสารหล่อลื่นข้อเข่า ไปจนถึงการผ่าตัด การเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมสำหรับการรักษาเป็นสิ่งสำคัญ สถานพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ นักกายภาพบำบัด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาการปวดเข่าและข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่ออาการปวดเข่ามีความถี่และรุนแรงมากขึ้น การรู้จักสังเกตอาการและรับการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาข้อเข่าที่รุนแรง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี หากมีอาการปวดเข่า หรือสงสัยข้อเข่าเสื่อม สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดได้ที่ คลินิกกายภาพบำบัด zenista health and wellness สาขาชลบุรี และสาขาเพชรบุรี ทั้งสองสาขา หรือทักมาสอบถาม นัดหมายได้ที่ line:@zenista

บริการแนะนำ

กายภาพบำบัด,กายภาพบำบัด ชลบุรี, กายภาพบำบัด เพชรบุรี

กายภาพบำบัด

คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

รักษาข้อเข่าเสื่อม,รักษาข้อเข่าเสื่อม ชลบุรี, รักษาข้อเข่าเสื่อม เพชรบุรี

รักษาข้อเข่าเสื่อม

คลินิกกายภาพบำบัด ชลบุรี เพชรบุรี ZENISTA CLINIC

รักษาออฟฟิศซินโดรม,รักษาออฟฟิศซินโดรม ชลบุรี, รักษาออฟฟิศซินโดรม เพชรบุรี

รักษาออฟฟิศซินโดรม

รักษาออฟฟิศซินโดรม อาการปวดหลังเรื้อรัง