
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาทางสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีการใช้งานข้อเข่าอย่างหนัก เช่น นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องยืนเป็นเวลานาน โรคนี้ทำให้เกิดความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ ในการเคลื่อนไหว และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก หลายคนที่ประสบปัญหาเข่าเสื่อมมักจะกังวลเกี่ยวกับการรักษา ว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ บทความนี้จะอธิบายถึงการรักษาเข่าเสื่อมในปัจจุบันครับ
ผลกระทบของโรคข้อเข่าเสื่อมต่อคุณภาพชีวิต?
ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย อาการหลักๆ คือปวดข้อเข่า โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อนไหว ลงน้ำหนัก หรือเดินมาก นอกจากอาการปวดแล้ว ยังมีอาการฝืดขัดและติดขัดขณะเคลื่อนไหว ข้อเข่าเสื่อมทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากไม่ได้รับการดูแล อาการอาจดำเนินไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้น และอาจต้องพิจารณาทางเลือกการผ่าตัดในอนาคต
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นแล้วหายหรือไม่?
ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเป็นการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนภายในข้อเข่าที่เกิดจากการใช้งานในระยะยาว การเสื่อมนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานข้อเข่ามาอย่างหนัก การรักษาที่มีในปัจจุบันเป็นการชะลอความเสื่อม ลดอาการปวด และเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนไหว แต่ไม่สามารถฟื้นฟูข้อเข่าให้กลับมาเป็นปกติได้ครับ อย่างไรก็ตาม การรักษาในปัจจุบันมีเป้าหมายเพื่อชะลอความเสื่อม และจัดการอาการ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
ทำไมเข่าเสื่อมเป็นแล้วไม่หาย?
การที่ข้อเข่าเสื่อมไม่หายเนื่องจากกระดูกอ่อนที่อยู่ในข้อเข่า ซึ่งทำหน้าที่ลดการเสียดสีระหว่างกระดูกเริ่มสึกหรอไปเรื่อยๆ จากการใช้งานมาตลอดชีวิต การเสื่อมของกระดูกอ่อนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีต่างๆ เช่น การทำกายภาพบำบัด การฉีด PRP หรือการใช้ยา เป็นการช่วยลดอาการปวดและชะลอการเสื่อมสภาพเท่านั้น
อาการข้อเข่าเสื่อมแต่ละระยะ
การเสื่อมของข้อเข่ามีระยะต่างๆ ซึ่งแต่ละระยะจะแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป
ระยะที่ 1
เริ่มมีอาการปวดเล็กน้อยขณะเดินหรือใช้ข้อเข่าในกิจกรรมที่หนักๆ ไม่มีอาการฝืดขัดที่ชัดเจน
ระยะที่ 2
อาการปวดชัดเจนขึ้นและเริ่มมีเสียงในข้อเข่าเมื่อเคลื่อนไหว เช่น การเดินหรือขยับเข่า เริ่มมีอาการข้อฝืดขัดบ้าง
ระยะที่ 3
ปวดมากขึ้นในแม้ขณะพัก และมีอาการฝืดขัดที่ชัดเจน ยิ่งหลังตื่นนอนจะขยับข้อเข่าได้น้อยและจะดีขึ้นภายในครึ่งชั่วโมง รวมถึงมีการเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ระยะที่ 4
ข้อเข่าเสื่อมอย่างรุนแรง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือเช่นไม้เท้าหรือรถเข็น งอเข่าไม่ได้และอาจต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในที่สุด
จะเป็นอย่างไรหากไม่รักษาข้อเข่าเสื่อม?
หากไม่ได้รับการรักษา อาการเข่าเสื่อมจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพมากขึ้นเรื่อยๆ อาการปวดจะเพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น และไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่าได้ ในที่สุดอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซึ่งเป็นการรักษาที่ไว้พิจารณาเป็นลำดับท้ายๆ และต้องใช้เวลาพักฟื้น รวมถึงฟื้นฟูนาน การดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมที่รุนแรง และอาจช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดได้
การผ่าตัด : ทางเลือกในการรักษาข้อเข่าเสื่อมเมื่อจำเป็น?
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในทุกกรณี การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นการรักษาในกรณีที่อาการรุนแรงมาก และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่นๆ เช่น การทำกายภาพบำบัด การฉีด PRP หรือการใช้ยา ดังนั้นการผ่าตัดจึงเป็นวิธีสุดท้าย และไม่ใช่ใครก็เข้ารับการผ่าตัดได้ เนื่องจากต้องมีการประเมินความเสี่ยงและผลข้างเคียงร่วมด้วย การดูแลรักษาข้อเข่าตั้งแต่เนิ่นๆ และถูกวิธี อาจช่วยชะลอความเสื่อม และลดโอกาสในการผ่าตัดได้
การรักษาอะไรบ้างที่รักษาอาการเข่าเสื่อมได้ในปัจจุบัน?
การรักษาเข่าเสื่อมมีหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะเหมาะสมกับระดับความรุนแรงของอาการ
- การทำกายภาพบำบัดช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ลดอาการปวดและชะลอการเสื่อมของข้อเข่า รวมถึงลดอาการปวดชั่วคราวได้อีกด้วย
- การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma)คือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเองในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดการอักเสบ
- การใช้ยาช่วยลดอาการปวดและอักเสบ แต่อาจมีผลข้างเคียงในระยะยาว
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
เป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก และพิจารณาเมื่อการรักษาอื่นๆ ไม่ได้ผล
เข่าเสื่อมแบบไหนที่ต้องผ่าตัด?
การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่อาการเข่าเสื่อมอยู่ในระยะที่ 4 หรือเมื่อข้อเข่าเสื่อมสภาพจนไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่นๆ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงในขณะพัก การเคลื่อนไหวเป็นไปได้ยากลำบากมาก ข้อเข่าผิดรูป ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และไม่มีทางเลือกในการรักษาอื่นๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการได้
สรุป
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ทำให้หลายคนอาจละเลยการรักษาในระยะเริ่มต้น เมื่ออาการเริ่มรุนแรงจนถึงขั้นต้องผ่าตัดก็อาจจะสายเกินไป การเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะต้นด้วยวิธีการที่เหมาะสมจะช่วยชะลออาการ และทำให้ไม่ต้องผ่าตัดในอนาคต หากท่านมีอาการปวดเข่า อย่าปล่อยไว้จนเป็นระยะรุนแรง ควรมาตรวจและประเมินร่างกายเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ที่คลินิกกายภาพบำบัด Zenista Health and Wellness สาขาชลบุรี และสาขาเพชรบุรี เรามีบริการตรวจรักษาเข่าโดยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดเฉพาะทาง หากท่านมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @zenista